หน้าเว็บ


คุณเคยแอบรัก "เพื่อน" มั๊ย?


 
หญิง ชายสมัยนี้เป็นคู่ซี้กันมากขึ้น มากกว่าเพศเดียวกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน กระทั่งเพื่อนๆ มองว่า เป็นคู่รัก มากกว่า เพื่อน เพราะรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ของกันและกัน บางคู่เมื่อหญิงและชาย แยกไปมีคนรักอย่างจริงจัง ฝ่ายที่เหลืออยู่ จะรู้สึกเหงาและเดียวดาย ส่วนผู้ที่จากไป จะรู้สึกกังวล ห่วงใย กระทั่งคู่รักเกิดความหึงหวง ต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใดก็ตาม

หลายคนถูก เพื่อนตั้งคำถาม “ทำไมไม่จีบเป็นแฟนซะเลยหละ” ผู้หญิงจะตอบว่า “รู้ไส้รู้พุง” ผู้ชายจะตอบว่า “กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกระโหลก” แต่ทั้งสอง รู้ซึ้งถึงทุกอารมณ์ของกันและกัน รู้ในสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ กิน ไม่กิน แทบจะพูดได้ว่า แค่ขยับตัวก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึก และต้องการอะไร การรู้ไส้ รู้พุง กันมากเกินไป ทำให้รักกันไม่ได้ เปล่าเลย – ความจริงคือ คนสองคนไม่เคยมีบรรยากาศของความหวานซึ้ง อาจจะเคยมี แต่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน
คนแบบนี้หวงเพื่อนยิ่งกว่า จงอางหวงไข่ กว่าคนที่มีหัวใจจะบุกทะลวงผ่านมาได้ ต้องใช้ความพยายาม จนเพื่อนรักยอมรับ คู่ซี้แบบนี้จำนวนมากต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด เมื่อสูญเสียอีกคนไป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจากไปก่อนเสมอ ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหว แต่เธอกลัว กลัวถูกทิ้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพื่อนที่เธอรัก รักมาก แต่เธอไม่รู้ว่า วันใดเขาจะมีคนรัก และจากเธอไป
ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงตอบรับความรักของชายหนุ่มที่มาบอกรักเธอ เพื่อนซี้บางคนถึงกับโวยวายว่า จะมีแฟนทำไมไม่บอก เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอแคร์ความรู้สึกของเขา กลัวเขาเจ็บปวด กลัวเขาโกรธ… ถึงอย่างไร

เธอไม่มีทางออก แม้ว่า บางครั้งแววตาของเขาจะเต็มไปด้วยแววตัดพ้อต่อว่า เพื่อซี้บางคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกถามว่า
“อยากมีแฟนทำไมไม่บอก ฉันหาให้ก็ได้” หรือ “ฉันนี่ไงแฟนเธอ แหม! คนเขารู้กันทั่ว” รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ซี้กัน

อันที่จริง ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของคนสองคน สนิทแนบแน่นกว่าคนรัก และคนรักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเพื่อนซี้เสมอ เช่น
จะ ต้องคอยบอกคนรักว่าชอบไม่ชอบ จึงคิดถึงเพื่อนซี้ว่า ถ้าเป็นเพื่อนซี้ ไม่ต้องให้บอกว่า ไม่กิน ไม่ชอบ ไม่ไป ไม่เอา การแยกจากเพื่อนซี้กลายเป็นความระทมขมขื่น อันที่จริง การที่คนสองคนมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ แม้บนความเข้าใจนั้นจะอยู่บนพื้นฐานของความก้าวร้าวบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ คู่รักบางคู่โกรธกัน กล่าวคำหยาบคายยิ่งกว่าเพื่อนกับเพื่อน

คำว่า “เพื่อน” ต่างหาก ที่กางกั้น “ความรัก” ความรู้สึกละอายใจเกินไป ไม่กล้าเอ่ยคำว่า “รักเธอ” ความสนิทสนมมากเกินไป เกรงว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแทนการตอบรับ รู้สถานภาพของกันและกันมากเกินไป กลัวจะได้รับการดูแคลน เล่นหัวกันจนหวั่นว่า จะไม่มีความซาบซึ้ง ใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ เหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด คือการกลัวความสูญเสีย “สูญเสียความรักระหว่างเพื่อนกับเพื่อน” บางรายเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้น ถูกคนนอกวานให้เป็น พ่อสื่อ แม่สื่อ และคนที่ถูกเสนอ มักเกิดความโกรธ น้อยใจ ตัดสินใจรับรักประชดเพื่อนซี้ ต่างก็เจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

…. ใครที่แอบรักเพื่อนอยู่ ก่อนจากกันไปเรียน หรือไปอยู่ ที่อื่น อย่าลืม… บอกให้เค้ารู้ตัว ไม่แน่นะ เค้าอาจจะแอบชอบเราอยู่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้
 
 
จาก www.banprak-nfe.com

การเปลี่ยนแปลง เพื่อรักที่ดีขึ้น


 
         สำหรับ "ความรัก" เป็น เรื่องธรรมดาที่คนสองคนจะต้องปรับเปลี่ยน เพื่อจูนเข้าหากัน เพราะต่างคนต่างที่มา ต่างความคิด ต่างความชอบ ต่างความเชื่อ ฯลฯ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะปรับเปลี่ยนอะไรกันบ้าง แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด หากต้องเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด นั่นคงไม่ใช่ "ความรัก" และเป็น "ความหลง" ซะมากกว่า (จริงไหม)

          บางคนพยายามเปลี่ยนตัวเอง ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ลองทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เพียงเพราะคำว่า "รัก" และอยากให้เขา "ชมชอบ" แต่ในทางกลับกัน อีกฝ่ายไม่เคยที่จะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง แม้กระทั่งการใช้ชีวิต

          จริงอยู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องยาก แต่ต้องลองถามใจดูว่า "คุณพยายามมากพอหรือยัง?" เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก จากบล็อกของ คุณ H2Olive มาแนะนำกัน เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ใครบางคน ยอมเปลี่ยนตัวเองบ้างบางส่วน เพื่อคนที่คุณรักและรักคุณ


_______________________________________

ความรัก
ความรัก

ความรัก

ความรัก
ความรัก

ความรัก

ความรัก

ความรัก กับ การให้ ..





เมื่อเรายังคงวนเวียนอยู่ในวงเวียนของความรัก รอบแล้วรอบเล่า
ก็ยิ่งจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงมากขึ้น เกิดพลังดึงดูดความรักแรงขึ้น

    
รักอะไร รักใครก็จะพยายามดึงดูดสิ่งนั้นเข้าหาตัวเองอย่างไม่มีแรงผ่อน
จึงถูกสายใยแห่งรักนั้ดึงรัดให้ต้องเจ็บปวดไปตามๆ  กัน

เหมือนกับกีฬาชักกะเย่อ  ที่ผู้เล่นต่างดึงเชือกเข้าหาตัวเอง
แล้วออกแรงดึงให้มาก  นั่นหมายถึง  ...เขาต้องเจ็บมือมากขึ้น...

ฝ่ายใดไม่อยากถูกเชือกรัดมือให้เจ็บปวด  เขาก็ผ่อนเชือก 
หรือปล่อยเชือกนั้นเสีย  แน่นอนว่าเขาจะไม่ได้รับเสียงปรบมือจากแรงเชียร์
แต่เขาได้รับความปลอดภัยเป็นรางวัลสำหรับตัวเอง


ใครต้องการชนะในเกมรักนี้  ก็จะยึดความรู้สึกนั้นเอาไว้ให้แน่นออกแรงดึงให้มาก
ความรักของคนประเภทนี้มักจะอึดอัด   เจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย
คือ ฝ่ายรักและฝ่ายถูกรัก  ยิ่งผูกพันกันนานวันเข้า  ก็ยิ่งถูกเกลยวรัก เกลียวเสน่หา
เกลียวแห่งความหึงหวง  บีบรัดจนรู้สึกอึดอัด  บางคนขาดใจตายด้วยแรงบีบรัดนั้น
บางคนแม้จะไม่ขาดใจตาย  แต่ก็มีชีวิตอยู่อย่างเจ็บปวด  ทรมาน  ทุรนทุราย
ด้วยแรงบีบรัดจากเส้นใยแห่งความรักอย่างน่าเวทนา

ถ้าใครต้องการมีสวัสดิภาพจากความรัก จึงควรมี   "รักคือการให้" 
จะเป็นทุกข์น้อยกว่า ความรักประเภทรอรับอย่างเดียว


รักคือการให้  จะทำให้อบอุ่น   ไม่ร้อนรน จนแทบจะถูกเผาไหม้
รักคือการให้  จะทำให้รู้สึกปลอดภัยไม่ใช่รู้สึกหวาดระแวงกังวลไปต่างๆ นานา และอ่อนใจ
รักคือการให้  จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อย ไม่เหน็ดเหนื่อยจนเหนื่อยหน่ายและอ่อนใจ

อย่าลืมว่า...ไม่ควรให้รักบีบรัดเรามากจนเกินไป
ต้องรู้จักผ่อนคลายความรักบ้างเพราะนั่น ...จะเป็นอิสรเสรีภาพที่แท้แห่งใจ

อย่าฝั้นเกลียวแห่งความรัก  ให้รัดแน่นเกินไป  จนยากแก่การผ่อนคลาย
อย่าดึงเส้นใยแห่งความรักให้ตึงเกินไปจนขาดผึงไปในที่สุด

มิฉะนั้น... คุณจะมีความรักอยู่อย่างอึดอัดทรมาน
หรือไม่ก็ต้องสูญเสียความรักไปอย่างน่าเสียดาย
 

กาลเวลาเพียงทำให้เติบโต... แต่ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนไป


 
เวลาหมุนผ่านไป...
บ่อยครั้งที่มีคนบอกว่าฉันเปลี่ยนไป
ฉันเองก็ตอบไปบ่อยครั้งว่าไม่ได้เปลี่ยน
เพียงแต่ที่ทุกคนเห็นว่าฉันเป็น...ไม่เหมือนเดิม
นั่นน่าจะเพราะทุกคนต่างก็เติบโตขึ้น

กาลเวลา ประสบการณ์...ล้วนทำให้ทุกคนเติบโต
จากต้นกล้าเป็นต้นไม้ใหญ่
มีจุดเด่นบ่งบอกความเป็นตัวตนที่ชัดเจน
มากขึ้น...และมากขึ้น
มุมที่เธอมองฉัน...ต่างไป
มุมที่ฉันมองเธอ...ก็ต่างไปเช่นกัน
เพราะอย่างนั้น...จึงไม่มีใครที่เหมือนเดิม

เวลายังคงหมุนไป...
จากวันเป็นเดือน...จากเดือนเป็นปี...
ฉันห้ามเวลาไม่ให้หมุนไม่ได้
เหมือนที่ฉันไม่อาจห้ามให้ตนเองเติบโต
แต่มีความจริงข้อหนึ่งยังคงอยู่
คือฉัน...ยังเป็นฉัน
แม้เติบโต...คล้ายว่าเปลี่ยนแปลง
แต่ฉันก็ยังเป็นฉัน

ความทรงจำเจ็บปวดไม่ว่าคราไหน
ความรู้สึกสุขล้นไม่ว่าครั้งใด
สิ่งเหล่านั้น...ยังอยู่กับฉันเสมอ
หัวใจฉันยังคงเหมือนเดิม...แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ความรู้สึกทุกอย่างยังคงอยู่...ไม่เปลี่ยน
สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องยืนยัน
สิ่งที่เป็นประสบการณ์เฉพาะตัว
สิ่งที่บอกว่าฉัน...เป็นฉัน
สบตาฉันแล้วเธอจะได้รู้ว่าฉัน...
เป็นคนเดิม...ไม่ใช่ใครที่เธอไม่เคยรู้จัก...แน่นอน
 
 
จาก share.psu.ac.th

รักแบบไหน ที่ใจต้องการ


"เพราะรักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว"
- อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่
- ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะคบใครสักคน เพียงเพราะอยากจะมีใครสักคน
- อย่าเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
- อย่าหลงในรสชาติของความรักเสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง
หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว

คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณ โดยที่คุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย
- คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า คนที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ
- คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างกัน
- คนที่ไม่บังคับให้คุณทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ
- คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์และให้เกียรติคุณ
...นั่นแหล่ะ คือคนที่รักคุณจริง.....
จงถนอมคนเหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ..
เพราะคุณจะเสียใจ หากเขาเปลี่ยนไปหยิบยื่นความโชคดีที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น

คนที่รักคนที่เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน
ชีวิตคนคนหนึ่งจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมาสักกี่คน
ใครที่บอกว่ารักคุณแล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา
เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง

จงเชื่อในพรหมลิขิต จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้
อย่าบอกว่ารัก..ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล ๆ
อย่าบอกว่าไม่คิดถึง..ถ้าหัวใจไม่อาจลืม
อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้าเพิ่งจากกันไม่ถึง 1 นาที
อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป
ลองคุยกันมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ
จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก
อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังดีใจ
อย่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งยิ้ม ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้
อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง

ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน..
อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ
ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ
ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง
ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ความพยายามจะทำให้เราสองคนยังคงอยู่
ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง
ความซื่อสัตย์จะทำให้ความรักของเรามั่นคง
ความเสมอต้นเสมอปลายจะทำให้ความรักของเราสวยงาม
และสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน
สิ่งเหล่านี้จะทำให้สายใยบาง ๆ ของความรัก
กลายเป็นเชือกเส้นหนาที่ผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน
มันจะเป็นเชือกที่มัดเราไว้ด้วยกัน เป็นเชือกที่ทำให้เราไม่อึดอัด
เราจะไม่ดิ้นรนที่จะพยายามหลุดออกจากเชือกเส้นนี้

เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย
คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้
เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้
เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก
เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ
ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว
อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน
อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน
ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..

วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า..
ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา..
ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต
ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...
จาก joyjei.multiply.com/reviews

ความสุขของการได้รัก


 
ความจริงก็คือ ... ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้งก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า ...
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่ เลือกที่จะยอมจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง

การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า ...
เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4 ...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า ... ก็ขอให้คิดไว้ว่า
ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

มันอาจต้องมีน้ำตาบ้าง ในการยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่ใช่ที่ 1 ...
แต่โปรดจำไว้เถอะว่าหาก หัวใจของคุณ ยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า ...
ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้
ก็จงชอบต่อไปเถอะ...

การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม ...
การตัดใจต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิ ว่าความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป ...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน ...
แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย
ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ ...

ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป ...
ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน ...
แต่ก็ยังทำให้เรา ... ได้รู้จักกัน

คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่ครั้งหนึ่ง ...
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว
คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง ...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ และร้องไห้ได้มากมาย ...
คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า เปลี่ยนวันที่หมองหม่น ให้กลายเป็นวันที่สดใส ...
เท่านี้มันก็ควรเพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ ?
แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครซักคน ที่เค้ารักมากที่สุด ...
นั่นแหละคือความสุข ของการได้รัก ... อย่างจริงใจ
 

จาก jamessomsak.exteen.com

บทความดีๆเกี่ยวกับความรัก




ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า..."ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้..."

ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน


แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...


ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...


ยิ้มให้กับโชคชะตา
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน


คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว


คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...
คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?


แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ
 
 
จาก http://yurain.exteen.com/20061114/entry
 

มาค้นหาสไตล์ให้เข้ากับตัวเองกันดีกว่า


มาแล้วววว เอ็นทรี่นี้ เรามาว่ากันด้วยเรื่อง เบาเบา กับการปรับเปลี่ยนการแต่งการให้เข้ากับตัวเอง เพื่อบุคลิกที่ดีขึ้นกันดีกว่าค่ะ ;)
เดี๋ยวนี้แฟชั่นมาแรง เสื้อผ้าอินเทรนด์ ผ่านมาผ่านไปไวจนตามไม่ทัน ทำให้พวกเรามีเสื้อผ้ามากมายเก็บไว้เต็มตู้ทั้งที่เพิ่งใช้ไม่กี่ครั้ง หรือบางตัวยังไม่เคยใช้เลยก็มี ทางแก้ที่ถาวรสำหรับคนช่างแต่งตัวก็คือ ค้นหาสไตล์และดีไซน์แฟชั่นที่เหมาะกับตัวคุณเองไงล่ะ

Step 1 : จดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองว่า คุณทำงานอะไรต้องใส่เสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับกาลเทศะและภาพลักษณ์ของตัวเองที่คุณต้องการ เพราะเสื้อผ้าที่ดีต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ
Step 2 : วิเคราะห์ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า คุณเป็ฯคนอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยของร่างกายตรงไหนบ้าง อย่าโกหกสร้างภาพให้ตัวเองล่ะ เพราะตัวตนที่แท้จริงของคุณประดิษฐ์ไม่ได้.......จริงมั๊ยล่ะค่ะ?
Step 3 : ของในตู้เสื้อผ้าสะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นใคร มีรสนิยมแบบไหน ฉะนั้นเปิดเช็คตู้เสื้อผ้าของคุณซะ แล้วแยกประเภทของออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกง กระโปรง ชุดในโอกาสพิเศษ ฯลฯ หยิบชิ้นที่ใส่บ่อยที่สุดออกมาแล้วถามตัวเองว่าเพราะอะไร คุณถึงชอบของชิ้นนั้น
Step 4 : ทำรายการเสื้อผ้าที่ชอบและไม่ชอบ เช็คในตู้เสื้อผ้าของคุณว่าขาดอะไรที่จำเป็นต้องใช้ แล้วจึงไปช้อปปิ้ง
Step 5 : Shopping เสื้อผ้าสไตล์คุณ
    เลือกสีที่ชอบ สีที่ใช่ และเหมาะกับตัวคุณ ส่งเสริมให้คุณดูมีชีวิตชีวา ไม่ดูซีดเซียวหรือหม่นหมอง
    วาดรูปร่างตัวเองบนกระดาษ แล้วจินตนาการถึงเสื้อผ้าที่อยากได้อยู่บนร่างกายของคุณ (วาดไม่ได้ก็มาใช้หมองจินตนาการกันดีกว่า อิอิ)
-     เสื้อผ้าต้องไม่เน้นจุดด้อยของร่างกาย แต่ส่งเสริมให้จุดเด่นของคุณน่าสนใจ เช่น ถ้าคุณเป็นคนตัวใหญ่อาจต้องใส่สีเข้ม
-     เสื้อผ้าที่ซื้อมาจะสวมใส่ในโอกาสใดได้บ้าง
-     ซื้อของที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ป้าย Sale แบรนด์เนม หรือเพราะเป็นเซ็ตใหม่ล่าสุดกำลังอินเทรนด์
-     ควรซื้อเสื้อผ้าที่นำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับชิ้นอื่นๆที่มีอยู่ได้ง่าย
-     ตรวจสอบคุณภาพของสินค้าทุกครั้ง ทั้งตะเข็บ กระดุม เนื้อผ้า แอคเซสซอรี่ที่ประดับบนเสื้อผ้า ว่าแน่นหนาเรียบร้อยดีแล้ว ถ้าเช็คกับแสงธรรมชาติจะดีมาก เพราะแสงไฟอาจหลอกตาได้
-     ถ้าซื้อกางเกงยีนส์ควรลองให้พอดีกับตัวเอง และทิ้งช่วงไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อดูความยืดหยุ่น ถ้าใส่ไปนานๆแล้วหย่อนหรือย้วยเกินไปให้ลดลง 1 ไซส์
ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน สิ่งสำคัญที่คุณต้องพกไปด้วยทุกครั้งคือ “ความมั่นใจ” เพราะมันเป็นเหมือนเครื่องประดับที่จะทำให้คุณเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ อีกอย่างยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้อีกด้วยนะค่ะ
เคล็ดไม่ลับของการเพิ่มความมั่นใจ
ออกกำลังกาย – จะทำให้คุณคล่องตัวและรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
อย่าหลอกตัวเอง – คนเรามีจุดด้อยกันทุกคน ยอมรับและหาทางแก้ไขมันซะ
ทำสมาธิ – การนั่งสมาธิเป็นประจำจะทำให้คุณมีสติ รู้จักตัวเอง และมั่นใจมากขึ้น ลองนั่งสมาธิ 10-20 นาที ติดต่อกัน 5 วันจะเห็นผลค่ะ ลองทำดูนะค่ะ แล้วคุณจะเป็นสาวมั่น หนุ่มมั่นโดยไปรู้ตัวเลยล่ะ
แค่นี้เองงงงงง ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ เท่านี้เราก็จะสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ บุคลิกดี ไฉไลกว่าเดิมเลยล่ะค่าาาาา




Thank for credit : pg0332.exteen.com

มาหัวเราะกัน!!


ฮ่า ฮ่า ฮ่า...หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส ไม่ใช่คำโม้ หรือโอ้อวดเกินจริงแต่อย่างใด เสียงหัวเราะยังมีประโยชน์สารพัด ที่คุณจะประหลาดใจ!!

หัวเราะเป็นยาวิเศษ

การได้หัวเราะแต่ละครั้งนอกจากสร้างสีสันให้บุคลิก และสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีได้แล้วยังเป็นประโยชน์ต่อจิตใจ และร่างกายควบคู่กันด้วย เพราะในขณะที่หัวเราะ กล้ามเนื้อบนใบหน้าและตามร่างกาย จะหดยืดและคลายตัวส่งผลช่วยคลายความตึงเครียดได้อย่างดี
ยิ่งกว่านั้น จากการค้นคว้าของ ARISE (Associates for Research Into the Science of Enjoyment) หรือองค์การวิจัยเพื่อศาสตร์แห่งความสุข ซึ่งเป็นสถาบันกลาง ที่รวมผลงาน การค้นคว้าโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั่วโลก ยังได้พบคุณค่าของการหัวเราะ ที่มีผลต่อสุขภาพของคนเราอย่างมากมาย นั่นคือ
การหัวเราะ จะช่วยลดระดับฮอร์โมน ที่ก่อให้เกิดความเครียดลง และยังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารสำคัญ ที่จะช่วยลดความเจ็บปวด และทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เมื่อใดที่หัวเราะร่างกายยัง จะผลิตเซลล์ ที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง และเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสได้มากขึ้นด้วย ซึ่งเซลล์ที่ว่านี้ จะคงอยู่นานถึงอีกวันรุ่งขึ้นเลยทีเดียว
หัวเราะ บริหารร่างกาย

นอกจากนี้ ถ้าได้หัวเราะบ่อยๆ ในแต่ละวัน จะมีค่าเท่ากับเต้นแอโรบิคได้ถึง 10 นาที หรือ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ 15 นาที เพราะขณะหัวเราะหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตและอุณหภูมิก็เพิ่มขึ้น การได้หัวเราะแบบสุดๆ จะช่วยให้ปล่อยลมหายใจได้เต็มที่ คุณรู้สึกสบายเช่นเดียวกับออกกำลังกาย และยังเป็นการเพิ่มออกซิเจนในเลือด สูบฉีดไปยังผิวหนังช่วยเร่ง การผลัดผิวให้สดใสยิ่งขึ้น
มาเพิ่มอารมณ์ขันกันดีกว่า

ด้วยเทคนิคการเพิ่มอารมณ์ขัน ที่โครงการความสุขของสถาบันออกซ์ฟอร์ดจัดทำขึ้น ดังนี้
เริ่มต้นที่ตัวคุณแสวงหาสิ่งที่ทำ ให้คุณรู้สึกขบขัน หรือลองเปลี่ยนวิธีมองโลกในด้านดี ที่อาจทำให้คุณเห็นมุมขำๆ ที่คนอื่นคิดไม่ถึง หาเรื่องสนุกให้ตัวเอง เช่น พบปะพูดคุยกับเพื่อนที่เต็มไปด้วยมุขตลก หรือดูหนังตลก อย่าจมอยู่กับความโศกเศร้า โดดเดี่ยวหรือความเครียด รู้ตัวเมื่อไหร่ รีบพาตัวเองออกมาทำสิ่งสนุกๆ โดยด่วน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือการมองโลกในแง่ดี คิดในทางที่ดีเข้าไว้ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ
ถึงคราวหัวเราะ ครั้งต่อไป... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้เต็มที่ เพื่อรับประโยชน์ที่ดีกับสุขภาพของคุณเอง แล้วคุณจะรู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีมุมดีๆ ที่น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ

แหล่งข้อมูล : www.ku.ac.th/e-magazine - นิตยสารเกษตรศาสตร์ ฉบับที่ 55 มกราคม 2548

สัญญาณเตือนว่าคุณเครียด(มาก)กว่าที่คุณคิด


เอนทรี่นี้เรามาอ่านเรื่องเครียดๆ(??)กันดีกว่า  
      ถ้าในแต่ละวันของคุณมีอาการดังต่อไปนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นเหตุให้คุณเครียดและทุกข์ทรมานกายใจเป็นประจำ เราจึงขอเตือนให้คุณปิดโทรศัพท์ ชัดดาวน์คอมพิวเตอร์ของคุณด่วนเลยค่ะ แล้วออกไปเดินเล่น หรือทำอะไรก็ได้เพื่อพักสมองด่วน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังเครียดแบบโอเว่อร์โหลดแล้ว
ปวดหัวทุกสัปดาห์ การปวดหัวเป็นประจำโดยเฉพาะปวดไมเกรน คืออาการฟ้องความเครียดในตัวคุณ
ปวดประจำเดือนแบบย่ำแย่ ผู้หญิงที่มีอาการเครียดมากๆ จะปวดประจำเดือนเป็นสองเท่าของปกติ                    
เจ็บขากรรไกรและปวดฟันกราม เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณเครียดจนนอนกัดฟันเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว
 ฝันร้ายบ่อยๆ ความฝันบอกถึงส่วนลึกของจิตใจ ถ้าฝันร้ายบ่อยๆ จะส่งผลให้ตื่นมาอย่างอ่อนล้า แต่ถ้าฝันดีคุณจะตื่นมาอย่างแจ่มใส
มีเลือดออกที่เหงือกเป็นประจำ ที่ประเทศบราซิลได้ศึกษาพบว่าโรคปริทันต์อาจเกิดจากความเครียด เพราะทำงานจนลืมดูแลความสะอาดในช่องปาก ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันและรับแบคทีเรียได้ง่าย
สิวขึ้นจนไม่มีที่จะขึ้นแล้ว ความเครียดนำมาสู่การอักเสบ จึงไม่แปลกที่จะส่งผลให้สิวขึ้นได้ง่าย
คันเรื้อรัง อาจมีเหตุมาจากความเครียดจนแสดงออกทางผิวหนัง เพราะโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน ตอบสนองต่อความเครียดที่กระตุ้นเส้นประสาททำให้เกิดอาการคัน
แพ้กว่าปกติ ผลวิจัยจาก ม. แพทย์ รัฐโอไฮโอ เมื่อปี 2008 บอกว่า ฮอร์โมนความเครียดกระตุ้นการเกิดอาการแพ้มากกว่าปกติได้
ปวดท้อง ปวดหลัง หรือนอนไม่หลับ ความเครียดส่งผลต่อการปวดท้องและหลัง เพราะทางเดินประสาทเชื่อมโยงมาที่หลังและลำไส้ ทำให้อวัยวะเหล่านี้ตอบสนองต่อความเครียดได้ง่าย

จับสัญญาณความสุข(มากๆ)ในตัวคุณ
  1. คุณมักจะอมยิ้มมาโดยไม่รู้ตัว นั่นแสดงว่าส่วนลึกของคุณกำลังแฮปปี้
  2. คุณใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับผู้คนและกิจกรรมต่างๆมากกว่าอยู่หน้าจอทีวีแบบติดหนึบ แสดงว่าชีวิตคุณเปิดกว้างและไม่จำเจ
  3. คุณมีภาพความทรงจำแสนสุขในอดีตให้นึกถึง แสดงว่าคุณยังมีความหวัง และเชื่อว่าความสุขเกิดขึ้นได้
  4. คุณออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยให้คุณเกิดความเครียดได้น้อยลง และแสดงว่าคุณรู้สึกใส่ใจในตัวเอง
  5. ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของคุณเป็นไปได้ด้วยดี(ถ้าคุณแต่งงานแล้ว) แสดงว่าปัจจัยที่ทำให้ทุกข์เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวหายไปหนึ่งอย่าง เพราะเรื่องบนเตียงเป็นกุญแจไขสู่ชีวิตคู่ที่มีความสุข
  6. คุณได้ออกไปเที่ยวกับคนที่มีความสุข จะช่วยเพิ่มโอกาสมีความสุขให้คุณมากขึ้น เหมือนที่เค้าว่าคนฟีลเดียวกันย่อมดึงดูดกันและกัน.....จริงมั๊ยล่ะจ๊ะ?
  7. คุณรู้สึกถึงความอบอุ่นจากการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ มีการศึกษาของมหาวิทยาลัยเยลว่า การกุมแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ เช่น โกโก้ร้อนหรือชาร้อนแล้วอยู่นิ่งๆ จะส่งผลทางจิตวิทยาให้คุณรู้สึกสงบและอ่อนโยนมากขึ้น
  8. คุณมีคนที่เรียกว่าเพื่อนแท้อย่างน้อย 2 คน แสดงว่าคุณมีโอกาสมีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะมีคนที่จะนำพาความสุขมาให้ได้มากกว่า 1 คนขึ้นไป แม้คุณจะไม่มีคู่รักก็ตาม
          ชีวิตยุคใหม่นี้มีแต่อะไรวุ่นวายๆ ลองหาโอกาสพักผ่อนคลายบ้าง ความเครียดทั้งหลายจะได้ดีขึ้น เพราะเมื่อเราผ่อนคลาย ไร้ความเครียด เราก็จะมีแต่ความสุข แฮปปี้ สิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน คุณๆก็จะทำงานได้ราบรื่นขึ้น ชีวิตก็ดีขึ้น สำรวจตัวเองดูซะ แล้วโยนความเครียดทิ้งไป กลายเป็นคนใหม่ที่มีความสุขดีกว่าค่ะ ;)

Thank for credit : pg0332.exteen.com